คู่มือเลือกผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์ปกป้องแบบซึมเข้าเนื้อวัสดุ
ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Protection ซึมเข้าเนื้อวัสดุที่มีรูพรุนโดยไม่สร้างฟิล์มปิดผิว ช่วยลดการดูดซึมน้ำ คราบ และน้ำมัน ตาม TDS ผิวยังคงระบายอากาศได้ และ ProtectGuard กับ ImperGuard ระบุว่าไม่เปลี่ยนสีหรือไม่เหลืองเมื่อโดนแดด
เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ Protection
| เหมาะกับ | ผลิตภัณฑ์ | อัตราการใช้และจุดเด่น |
|---|---|---|
| ผนังและพื้นทั้งภายในและภายนอก วัสดุรูพรุนและรูพรุนต่ำ | ProtectGuard | วัสดุพรุน 5–7 / พรุนต่ำ 8–10 ตร.ม./ลิตร ฐานพืช ป้องกันน้ำ คราบ น้ำมัน ลดความลื่น |
| คอนกรีตทุกระดับความพรุน งานโครงสร้างและฟาซาด | ProtectGuard CE | 6–11 ตร.ม./ลิตร EN 1504-2 ป้องกันคลอไรด์ คาร์บอเนต กราฟฟิตี้ ประสิทธิภาพถึง 10 ปีตาม TDS |
| ฟาซาดและหลังคาภายนอกที่มีรูพรุน | ImperGuard | 6–10 ตร.ม./ลิตร ฐานพืช กันซึม ประสิทธิภาพมากกว่า 5 ปีตาม TDS |
| พื้น ฟาซาด และหลังคาภายนอกที่มีรูพรุนทุกประเภท | ImperGuard Ultra 4-in-1 | 6–8 ตร.ม./ลิตร กันน้ำ เชื้อรา คราบมัน พร้อมเสริมความแข็งแรงของวัสดุ |
เงื่อนไขการลงผลิตภัณฑ์
- ผิวต้องสะอาดและแห้ง สำหรับ ProtectGuard และ ProtectGuard CE ความชื้นของผิวไม่เกิน 5% และ pH 7–10
- อุณหภูมิผิว 10–30°C สำหรับ ProtectGuard และ ProtectGuard CE และ 5–30°C สำหรับ ImperGuard
- ต้องไม่มีฝนอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังลง ประสิทธิภาพเต็มที่หลังประมาณ 7 วัน
- ห้ามเจือจางหรือผสมกับผลิตภัณฑ์อื่น และไม่ลงทับผิวที่มีสารกันน้ำเดิม
- คอนกรีตใหม่ควรมีอายุอย่างน้อย 28 วันก่อนใช้ ProtectGuard CE