ผนังภายนอกต้องเจอฝนทุกปี เมื่อน้ำซึมเข้าเนื้อผนัง จะตามมาด้วยผนังชื้น คราบเขียว คราบเกลือขาว และผิวที่เสื่อมเร็ว ทางแก้มีสองแบบ คือทาสีหรือสารเคลือบที่สร้างฟิล์มปิดผิว กับทาน้ำยากันซึมใสที่ซึมเข้าเนื้อวัสดุโดยไม่เปลี่ยนหน้าตาผนัง
บทความนี้อธิบายว่าน้ำยากันซึมใสทำงานอย่างไร ต่างจากสีกันซึมตรงไหน เหมาะกับผนังแบบใด และขั้นตอนทาให้ได้ผลดีที่สุด
น้ำยากันซึมใสคืออะไร
น้ำยากันซึมใสเป็นน้ำยาที่ซึมเข้าไปในรูพรุนของผนัง แล้วทำให้เนื้อวัสดุไล่น้ำ เมื่อฝนตก น้ำจะเกาะเป็นหยดแล้วไหลออกแทนที่จะซึมเข้าผนัง โดยไม่สร้างฟิล์มปิดผิว ผนังจึงยังดูเหมือนเดิมและระบายไอน้ำได้ตามปกติ
เหมาะกับผนังที่อยากคงผิวธรรมชาติไว้ เช่น อิฐโชว์ หินธรรมชาติ ปูนฉาบ คอนกรีตเปลือย และ GRC ซึ่งถ้าทาสีหรือเคลือบฟิล์มทับจะเสียเสน่ห์ของวัสดุ
น้ำยากันซึมใส ต่างจากสีกันซึมและสารเคลือบแบบฟิล์มอย่างไร
- หน้าตาผนัง: น้ำยากันซึมใสไม่มีสีและไม่เกิดฟิล์ม ผนังดูเหมือนเดิม ส่วนสีกันซึมหรือสารเคลือบแบบฟิล์มจะปิดผิวและเปลี่ยนสีหรือความเงาของผนัง
- การระบายความชื้น: น้ำยากันซึมใสปล่อยให้ไอน้ำในผนังระเหยออกได้ ส่วนชั้นฟิล์มทำหน้าที่เป็นผิวปิดทับด้านนอก
- เหมาะกับงานแบบไหน: น้ำยากันซึมใสเหมาะเมื่ออยากกันน้ำโดยคงผิววัสดุไว้ ส่วนสีหรือสารเคลือบแบบฟิล์มเหมาะเมื่ออยากเปลี่ยนสีผนังหรือปิดผิวทั้งหมด
- ผนังที่ทาสีแล้ว: ชั้นสีปิดรูพรุนไปแล้ว น้ำยากันซึมใสจะซึมเข้าไม่ได้ จึงใช้กับผนังที่ยังไม่ทาสีหรือผิววัสดุเปลือย
เลือกรุ่นไหนดี
| งานและเป้าหมาย | ผลิตภัณฑ์ | จุดเด่น |
|---|---|---|
| ผนังภายนอก ฟาซาด และหลังคาที่เป็นวัสดุมีรูพรุน | ImperGuard | ใส ไม่มีสี ไม่เหลือง ประสิทธิภาพนานกว่า 5 ปี ใช้ 6–10 ตร.ม./ลิตร |
| หลังคา ผนัง และพื้นภายนอกที่มีตะไคร่หรือคราบสกปรกบ่อย | ImperGuard Ultra 4-in-1 | กันน้ำ ลดตะไคร่ กันคราบน้ำมัน และเสริมความแข็งแรงผิว ปกป้องนาน 5 ปี |
| ผนังและพื้นทั้งภายในและภายนอกที่ต้องกันคราบน้ำมันด้วย | ProtectGuard | กันน้ำ น้ำมัน และคราบ ลดความลื่น ประสิทธิภาพนานกว่า 10 ปี |
| คอนกรีตที่ต้องการมาตรฐาน EN 1504-2 | ProtectGuard CE | กันน้ำ คลอไรด์ คาร์บอเนชัน และกราฟฟิตี้ถาวร ประสิทธิภาพ 10 ปี |
ขั้นตอนทาน้ำยากันซึมใสให้ได้ผลดีที่สุด
- ซ่อมรอยแตกร้าวและจุดที่น้ำรั่วเข้าผนังให้เรียบร้อยก่อน
- ล้างผนังให้สะอาด คราบดำหรือคราบมลภาวะใช้ Guard Wash Express ส่วนคราบขาวหรือคราบปูนใช้ Guard Remover Efflorescence & Cement
- ล้างน้ำยาทำความสะอาดออกให้หมด แล้วปล่อยผนังให้แห้ง 24–48 ชั่วโมง
- ทาบาง ๆ ให้ทั่วและสม่ำเสมอ ไล่จากด้านล่างขึ้นด้านบน ด้วยแปรง ลูกกลิ้ง หรือเครื่องพ่นแรงดันต่ำ
- ทาในวันที่ไม่มีฝน และปล่อยให้แห้ง 24 ชั่วโมงโดยไม่ให้โดนฝน น้ำยาจะได้ประสิทธิภาพเต็มที่หลัง 7 วัน
เช็กง่าย ๆ ว่าผนังยังกันน้ำอยู่ไหม
พรมน้ำลงบนผนัง ถ้าน้ำเกาะเป็นหยดแล้วไหลลง แปลว่าน้ำยายังทำงานดี ถ้าน้ำซึมเข้าเนื้อจนผนังเป็นวงสีเข้ม แปลว่าถึงรอบทาใหม่ ทาเพิ่มได้หลังทำความสะอาดผนังตามขั้นตอนเดิม
คำถามที่พบบ่อย
น้ำยากันซึมใสทาแล้วผนังเปลี่ยนสีไหม?
น้ำยากันซึมใสไม่มีสีและไม่เกิดฟิล์ม ผนังจึงดูเหมือนเดิม บนวัสดุบางชนิดสีผิวอาจเข้มขึ้นเล็กน้อยเป็นลักษณะผิวซาติน
ทาน้ำยากันซึมใสทับผนังที่ทาสีแล้วได้ไหม?
ไม่เหมาะ เพราะชั้นสีปิดรูพรุนของผนังไปแล้ว น้ำยาจึงซึมเข้าเนื้อวัสดุไม่ได้ น้ำยากันซึมใสออกแบบสำหรับผิววัสดุที่ยังมีรูพรุน เช่น อิฐ หิน ปูนฉาบ และคอนกรีต
น้ำยากันซึมใสอยู่ได้นานกี่ปี?
ขึ้นกับรุ่น ImperGuard มีประสิทธิภาพนานกว่า 5 ปี ImperGuard Ultra 4-in-1 ปกป้องได้ 5 ปี ส่วน ProtectGuard นานกว่า 10 ปี และ ProtectGuard CE 10 ปี
ต้องทากี่ชั้น?
ImperGuard ทา 1 ชั้น ถ้าวัสดุพรุนมากให้ทาชั้นที่สองหลังชั้นแรกประมาณ 15 นาที ส่วน ImperGuard Ultra 4-in-1 ทา 2–4 ชั้นต่อเนื่องแบบเปียกบนเปียกจนวัสดุอิ่มตัว

