ผลิตภัณฑ์ดูแลและปกป้องพื้นผิวอาคารจากประเทศฝรั่งเศส · สำหรับงานโครงการและผู้รับเหมา

บทความ

น้ำยากันซึมใสสำหรับผนังภายนอก ต่างจากสีกันซึมอย่างไร เลือกแบบไหนดี

น้ำยากันซึมใสซึมเข้าเนื้อผนังให้ไล่น้ำโดยไม่เปลี่ยนหน้าตาวัสดุ ต่างจากสีกันซึมที่สร้างฟิล์มปิดผิว ดูวิธีเลือกให้เหมาะกับผนังภายนอก อิฐโชว์ หิน และคอนกรีต

น้ำยากันซึมใสสำหรับผนังภายนอก ต่างจากสีกันซึมอย่างไร เลือกแบบไหนดี

ผนังภายนอกต้องเจอฝนทุกปี เมื่อน้ำซึมเข้าเนื้อผนัง จะตามมาด้วยผนังชื้น คราบเขียว คราบเกลือขาว และผิวที่เสื่อมเร็ว ทางแก้มีสองแบบ คือทาสีหรือสารเคลือบที่สร้างฟิล์มปิดผิว กับทาน้ำยากันซึมใสที่ซึมเข้าเนื้อวัสดุโดยไม่เปลี่ยนหน้าตาผนัง

บทความนี้อธิบายว่าน้ำยากันซึมใสทำงานอย่างไร ต่างจากสีกันซึมตรงไหน เหมาะกับผนังแบบใด และขั้นตอนทาให้ได้ผลดีที่สุด

น้ำยากันซึมใสคืออะไร

น้ำยากันซึมใสเป็นน้ำยาที่ซึมเข้าไปในรูพรุนของผนัง แล้วทำให้เนื้อวัสดุไล่น้ำ เมื่อฝนตก น้ำจะเกาะเป็นหยดแล้วไหลออกแทนที่จะซึมเข้าผนัง โดยไม่สร้างฟิล์มปิดผิว ผนังจึงยังดูเหมือนเดิมและระบายไอน้ำได้ตามปกติ

เหมาะกับผนังที่อยากคงผิวธรรมชาติไว้ เช่น อิฐโชว์ หินธรรมชาติ ปูนฉาบ คอนกรีตเปลือย และ GRC ซึ่งถ้าทาสีหรือเคลือบฟิล์มทับจะเสียเสน่ห์ของวัสดุ

น้ำยากันซึมใส ต่างจากสีกันซึมและสารเคลือบแบบฟิล์มอย่างไร

  • หน้าตาผนัง: น้ำยากันซึมใสไม่มีสีและไม่เกิดฟิล์ม ผนังดูเหมือนเดิม ส่วนสีกันซึมหรือสารเคลือบแบบฟิล์มจะปิดผิวและเปลี่ยนสีหรือความเงาของผนัง
  • การระบายความชื้น: น้ำยากันซึมใสปล่อยให้ไอน้ำในผนังระเหยออกได้ ส่วนชั้นฟิล์มทำหน้าที่เป็นผิวปิดทับด้านนอก
  • เหมาะกับงานแบบไหน: น้ำยากันซึมใสเหมาะเมื่ออยากกันน้ำโดยคงผิววัสดุไว้ ส่วนสีหรือสารเคลือบแบบฟิล์มเหมาะเมื่ออยากเปลี่ยนสีผนังหรือปิดผิวทั้งหมด
  • ผนังที่ทาสีแล้ว: ชั้นสีปิดรูพรุนไปแล้ว น้ำยากันซึมใสจะซึมเข้าไม่ได้ จึงใช้กับผนังที่ยังไม่ทาสีหรือผิววัสดุเปลือย

เลือกรุ่นไหนดี

งานและเป้าหมายผลิตภัณฑ์จุดเด่น
ผนังภายนอก ฟาซาด และหลังคาที่เป็นวัสดุมีรูพรุน ImperGuard ใส ไม่มีสี ไม่เหลือง ประสิทธิภาพนานกว่า 5 ปี ใช้ 6–10 ตร.ม./ลิตร
หลังคา ผนัง และพื้นภายนอกที่มีตะไคร่หรือคราบสกปรกบ่อย ImperGuard Ultra 4-in-1 กันน้ำ ลดตะไคร่ กันคราบน้ำมัน และเสริมความแข็งแรงผิว ปกป้องนาน 5 ปี
ผนังและพื้นทั้งภายในและภายนอกที่ต้องกันคราบน้ำมันด้วย ProtectGuard กันน้ำ น้ำมัน และคราบ ลดความลื่น ประสิทธิภาพนานกว่า 10 ปี
คอนกรีตที่ต้องการมาตรฐาน EN 1504-2 ProtectGuard CE กันน้ำ คลอไรด์ คาร์บอเนชัน และกราฟฟิตี้ถาวร ประสิทธิภาพ 10 ปี

ขั้นตอนทาน้ำยากันซึมใสให้ได้ผลดีที่สุด

  1. ซ่อมรอยแตกร้าวและจุดที่น้ำรั่วเข้าผนังให้เรียบร้อยก่อน
  2. ล้างผนังให้สะอาด คราบดำหรือคราบมลภาวะใช้ Guard Wash Express ส่วนคราบขาวหรือคราบปูนใช้ Guard Remover Efflorescence & Cement
  3. ล้างน้ำยาทำความสะอาดออกให้หมด แล้วปล่อยผนังให้แห้ง 24–48 ชั่วโมง
  4. ทาบาง ๆ ให้ทั่วและสม่ำเสมอ ไล่จากด้านล่างขึ้นด้านบน ด้วยแปรง ลูกกลิ้ง หรือเครื่องพ่นแรงดันต่ำ
  5. ทาในวันที่ไม่มีฝน และปล่อยให้แห้ง 24 ชั่วโมงโดยไม่ให้โดนฝน น้ำยาจะได้ประสิทธิภาพเต็มที่หลัง 7 วัน

เช็กง่าย ๆ ว่าผนังยังกันน้ำอยู่ไหม

พรมน้ำลงบนผนัง ถ้าน้ำเกาะเป็นหยดแล้วไหลลง แปลว่าน้ำยายังทำงานดี ถ้าน้ำซึมเข้าเนื้อจนผนังเป็นวงสีเข้ม แปลว่าถึงรอบทาใหม่ ทาเพิ่มได้หลังทำความสะอาดผนังตามขั้นตอนเดิม

คำถามที่พบบ่อย

น้ำยากันซึมใสทาแล้วผนังเปลี่ยนสีไหม?

น้ำยากันซึมใสไม่มีสีและไม่เกิดฟิล์ม ผนังจึงดูเหมือนเดิม บนวัสดุบางชนิดสีผิวอาจเข้มขึ้นเล็กน้อยเป็นลักษณะผิวซาติน

ทาน้ำยากันซึมใสทับผนังที่ทาสีแล้วได้ไหม?

ไม่เหมาะ เพราะชั้นสีปิดรูพรุนของผนังไปแล้ว น้ำยาจึงซึมเข้าเนื้อวัสดุไม่ได้ น้ำยากันซึมใสออกแบบสำหรับผิววัสดุที่ยังมีรูพรุน เช่น อิฐ หิน ปูนฉาบ และคอนกรีต

น้ำยากันซึมใสอยู่ได้นานกี่ปี?

ขึ้นกับรุ่น ImperGuard มีประสิทธิภาพนานกว่า 5 ปี ImperGuard Ultra 4-in-1 ปกป้องได้ 5 ปี ส่วน ProtectGuard นานกว่า 10 ปี และ ProtectGuard CE 10 ปี

ต้องทากี่ชั้น?

ImperGuard ทา 1 ชั้น ถ้าวัสดุพรุนมากให้ทาชั้นที่สองหลังชั้นแรกประมาณ 15 นาที ส่วน ImperGuard Ultra 4-in-1 ทา 2–4 ชั้นต่อเนื่องแบบเปียกบนเปียกจนวัสดุอิ่มตัว

Related knowledge

บทความที่เกี่ยวข้อง

Project support

ปรึกษาทีมเทคนิคก่อนเลือกผลิตภัณฑ์

ส่งภาพหน้างาน ชนิดพื้นผิว และเป้าหมายของงาน ทีมงานจะช่วยประเมินเบื้องต้น แนะนำผลิตภัณฑ์ และนัดทดสอบพื้นที่ตัวอย่างให้เหมาะกับโครงการของคุณ