พื้นผิวคอนกรีตที่สัมผัสสภาพอากาศภายนอกต่อเนื่องมีความเสี่ยงต่อการซึมผ่านของน้ำและความชื้น ซึ่งอาจส่งผลต่อความคงทนของโครงสร้างในระยะยาวหากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม
สัญญาณที่ควรสังเกต
ร่องรอยความชื้น สีผิวที่เปลี่ยนไปเป็นหย่อม ๆ หรือการเกิดคราบเกลือขาวซ้ำ ๆ ในบริเวณเดิม อาจเป็นสัญญาณที่ควรพิจารณาการป้องกันผิวเพิ่มเติม
ข้อควรพิจารณาก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกัน
ควรประเมินความพรุนของผิวคอนกรีต ระยะเวลาบ่มตัว และสภาพผิวเดิมก่อนเลือกผลิตภัณฑ์ป้องกัน เพื่อให้การยึดเกาะและประสิทธิภาพเป็นไปตามที่ระบุในเอกสาร TDS
เงื่อนไขก่อนลงผลิตภัณฑ์ปกป้องคอนกรีต
- อายุคอนกรีตอย่างน้อย 28 วัน (ตาม TDS ของ ProtectGuard CE และ ProtectGuard Colour)
- ผิวสะอาด ความชื้นของผิวไม่เกิน 5% และค่า pH 7–10
- อุณหภูมิผิว 10–30°C ไม่ใช้ขณะฝนตก อากาศร้อนจัด หรือลมแรง
- ไม่มีสารกันน้ำหรือสารเคลือบเดิมบนผิว
หลังลงผลิตภัณฑ์
ต้องไม่มีฝนอย่างน้อย 24 ชั่วโมง และกันการสัญจรหรือของเหลวในช่วงเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ให้ประสิทธิภาพสูงสุดหลังประมาณ 7 วัน ตาม TDS ProtectGuard CE ให้ประสิทธิภาพการป้องกันยาวนานถึง 10 ปี
เลือกผลิตภัณฑ์ตามเป้าหมาย
| ปัญหาหรือความต้องการ | ผลิตภัณฑ์ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ปกป้องโครงสร้างจากน้ำ คลอไรด์ และการเกิดคาร์บอเนต | ProtectGuard CE | 6–11 ตร.ม./ลิตร ตามความพรุน มาตรฐาน EN 1504-2 |
| ป้องกันน้ำ คราบ และน้ำมันบนผนังและพื้น | ProtectGuard | วัสดุพรุน 5–7 ตร.ม./ลิตร |
| ปรับสีพร้อมปกป้อง | ProtectGuard Colour | 6–8 ตร.ม./ลิตร สำหรับคอนกรีตแนวตั้ง |
คำถามที่พบบ่อย
คอนกรีตใหม่ต้องรอกี่วันก่อนเคลือบ?
TDS ของ ProtectGuard CE และ ProtectGuard Colour ระบุว่าไม่ใช้กับคอนกรีตอายุน้อยกว่า 28 วัน
ถ้าฝนตกหลังเคลือบต้องทำอย่างไร?
TDS กำหนดให้ไม่มีฝนอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังลงผลิตภัณฑ์ ควรตรวจพยากรณ์อากาศก่อนเริ่มงาน หากฝนตกเร็วกว่านั้นควรให้ทีมงานประเมินผลบนพื้นที่ตัวอย่างก่อนตัดสินใจลงซ้ำ
เคลือบคอนกรีตแล้วผิวยังระบายอากาศได้หรือไม่?
ได้ ProtectGuard CE ไม่เกิดฟิล์มบนผิว พื้นผิวยังคงระบายอากาศได้ตาม TDS

