ผลิตภัณฑ์ดูแลและปกป้องพื้นผิวอาคารจากประเทศฝรั่งเศส · สำหรับงานโครงการและผู้รับเหมา

รหัสผลิตภัณฑ์ 2138

ProtectGuard Wet Finish Premium

ProtectGuard Wet Finish Premium คือน้ำยาเอฟเฟกต์ผิวเปียกรุ่นพรีเมียมที่ทนต่อการเดินผ่าน เอฟเฟกต์อยู่ได้นานขึ้น 3 เท่า พร้อมกันน้ำ น้ำมัน และคราบ ใช้ได้ทั้งพื้นและผนัง ภายในและภายนอก

หมวดหมู่
  • Decorative & Colour

สรุปข้อมูลสำคัญของ ProtectGuard Wet Finish Premium

ข้อมูลจากเอกสารข้อมูลทางเทคนิค (TDS) ของผู้ผลิต สำหรับเลือกผลิตภัณฑ์และคำนวณปริมาณที่ต้องใช้

รหัสผลิตภัณฑ์
2138
กลุ่มผลิตภัณฑ์
Decorative & Colour
พื้นผิวที่ใช้ได้
กระเบื้อง, หินธรรมชาติ
อัตราการใช้โดยประมาณ
10–20 ตร.ม./กก. สำหรับวัสดุพรุน และ 20–35 ตร.ม./กก. สำหรับวัสดุพรุนต่ำ
จำนวนชั้นหรือรอบ
1 ชั้นบาง ๆ (บางวัสดุอาจต้องทาเพิ่มอีกชั้นเพื่อให้เอฟเฟกต์สม่ำเสมอ)
เวลาแห้ง
ห้ามโดนฝนและห้ามเดินผ่าน 24 ชั่วโมงหลังทา และได้ประสิทธิภาพเต็มที่หลัง 7 วัน
ไม่ควรใช้กับ
วัสดุที่ไม่มีรูพรุน, วัสดุกันน้ำหรือพื้นผิวที่เคลือบกันน้ำไว้แล้ว, ผิวที่ผ่านการทำคริสตัลไลซ์ หรือผิวเซรามิก, ดินเผาที่เคยลงน้ำมันลินสีด แว็กซ์ หรือสารที่มีน้ำมัน
เอกสารอ้างอิง
ดาวน์โหลด TDS (PDF)
ก่อนและหลังเคลือบแบบเพิ่มความเข้มของสีพื้นผิว
ก่อนและหลังเคลือบแบบเพิ่มความเข้มของสีพื้นผิว

Use context

ผลิตภัณฑ์นี้เหมาะกับงานแบบไหน

ใช้ได้ทั้งพื้นและผนัง ภายในและภายนอก ทั้งงานใหม่และงานปรับปรุง กับวัสดุมีรูพรุนหรือรูพรุนต่ำ เช่น หินปูน ดินเผา อิฐ หินธรรมชาติและหินสังเคราะห์ บลูสโตน คอนกรีต หินอ่อน และแกรนิต

Benefits

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

  • ให้เอฟเฟกต์ผิวเปียกที่ทำให้สีวัสดุสดขึ้นอย่างชัดเจน และทนต่อการเดินผ่าน

  • เทคโนโลยีใหม่ที่ให้เอฟเฟกต์อยู่ได้นานขึ้น 3 เท่า

  • ลดการซึมของน้ำและคราบสกปรก

  • ผิวยังระบายอากาศได้

  • ทาเพิ่มได้โดยไม่ต้องลอกชั้นเดิมออก

Surfaces

พื้นผิวที่เหมาะสม

เลือกใช้ให้ตรงกับชนิดวัสดุ สภาพพื้นผิว และลักษณะงานจริง

Practical guidance

ข้อมูลการใช้งานหน้างาน

ขั้นตอนและเงื่อนไขการใช้งานตาม TDS ของผู้ผลิต เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เต็มประสิทธิภาพ

ปริมาณการใช้งานโดยประมาณ

10–20 ตร.ม./กก. สำหรับวัสดุพรุน และ 20–35 ตร.ม./กก. สำหรับวัสดุพรุนต่ำ

หน่วยเป็นตารางเมตรต่อกิโลกรัม วัสดุที่พรุนมากจะใช้น้ำยามากกว่า

อุปกรณ์ที่เหมาะกับการใช้งาน

อุปกรณ์ลงผลิตภัณฑ์

  • ลูกกลิ้งขนสั้นหรือแปรงสำหรับทาวานิชอะคริลิก
  • ไม้ถูพื้นไมโครไฟเบอร์แบบแบน (สำหรับผิวเรียบ)

อุปกรณ์เช็ดหรือเก็บงาน

  • ผ้าไมโครไฟเบอร์ไม่เป็นขุย สำหรับเช็ดและขัด

อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล

  • หน้ากากชนิด ABEK ถุงมือยางฟลูออรีน ชุดป้องกัน และแว่นครอบตา

การเตรียมพื้นผิว

  • ทำความสะอาดพื้นผิวให้ปราศจากฝุ่นและคราบไขมัน ความชื้นในวัสดุต้องน้อยกว่า 5%
  • เตรียมผิวด้วย Guard Remover Efflorescence & Cement ที่ผสมน้ำ 50% หากมีคราบไขมันให้ใช้ Guard Cleaner Degreaser และหากมีคราบเกลือขาว คราบน้ำปูน หรือฝ้าซีเมนต์ ให้ใช้ Guard Remover Efflorescence & Cement แบบไม่ผสมน้ำ
  • ล้างน้ำยาทำความสะอาดออกให้หมด แล้วปล่อยให้แห้ง 24–48 ชั่วโมงก่อนทา

ขั้นตอนการใช้งาน

  1. เขย่าให้เข้ากัน ใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องผสม
  2. ขั้นที่ 1 ทา: ทาบาง ๆ ชั้นเดียว ไม่ต้องชุบน้ำยาจนชุ่ม ใช้น้อยก็พอ และน้ำยาต้องซึมลงผิวทั้งหมด
  3. ขั้นที่ 2 เช็ด: หลังทา 3–5 นาที เช็ดและขัดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ไม่เป็นขุยจนผิวกลับมาด้าน และเปลี่ยนผ้าบ่อย ๆ
  4. พื้นที่กว้างให้ทาเป็นช่วง ๆ เพื่อไม่ต้องเหยียบน้ำยาขณะเช็ด
  5. ถ้าเอฟเฟกต์ยังไม่สม่ำเสมอ ทาเพิ่มได้ในวันถัดไปหรือหลังพื้นผิวแห้ง

เวลารอ การแห้ง และการล้างออก

จำนวนชั้นหรือรอบ

1 ชั้นบาง ๆ (บางวัสดุอาจต้องทาเพิ่มอีกชั้นเพื่อให้เอฟเฟกต์สม่ำเสมอ)

เวลารอระหว่างชั้น

ชั้นเพิ่มเติมให้ทาในวันถัดไป หรือหลังพื้นผิวแห้งแล้ว

ระยะเวลาที่ปล่อยให้น้ำยาทำงาน

เช็ดและขัดส่วนเกินออก 3–5 นาทีหลังทา

เวลาแห้ง

ห้ามโดนฝนและห้ามเดินผ่าน 24 ชั่วโมงหลังทา และได้ประสิทธิภาพเต็มที่หลัง 7 วัน

การล้างออก

ไม่ต้องล้างออก แต่ต้องเช็ดส่วนเกินออกด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์

ไม่ควรใช้กับ

  • วัสดุที่ไม่มีรูพรุน
  • วัสดุกันน้ำหรือพื้นผิวที่เคลือบกันน้ำไว้แล้ว
  • ผิวที่ผ่านการทำคริสตัลไลซ์ หรือผิวเซรามิก
  • ดินเผาที่เคยลงน้ำมันลินสีด แว็กซ์ หรือสารที่มีน้ำมัน
  • พื้นผิวที่สัมผัสน้ำตลอดเวลาหรือเป็นเวลานาน

ข้อจำกัดในการใช้งานจริง

  • ต้องเช็ดส่วนเกินให้ทั่วทั้งพื้นผิว ไม่เช่นนั้นผิวอาจเงา เหนียว หรือลื่นขึ้นเมื่อเปียก
  • ทาเมื่ออุณหภูมิพื้นผิวและอากาศ 10–30°C และห้ามทาขณะฝนตกหรืออากาศร้อนจัด
  • ทำงานในที่อากาศถ่ายเท

หลังใช้งาน

  • ล้างอุปกรณ์ด้วยไวท์สปิริต (White Spirit) ทันทีหลังใช้งาน
  • ดูแลรักษาเป็นประจำด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำยา pH เป็นกลาง
  • เมื่อเอฟเฟกต์เริ่มจาง ให้ทำความสะอาดแล้วทาชั้นใหม่ทับได้เลยโดยไม่ต้องลอกของเดิม
  • ชั้นป้องกันไม่กันรอยยางล้อรถ หากเกิดรอยให้ใช้ Guard Cleaner Degreaser

หมายเหตุการใช้งาน

  • ความเข้มของเอฟเฟกต์ขึ้นกับชนิดวัสดุและคุณภาพการเตรียมพื้นผิว และสีอาจไม่สม่ำเสมอตามปริมาณที่ใช้และคุณภาพวัสดุ

Best results

เคล็ดลับให้ได้ผลดีที่สุด

เคล็ดลับสำคัญคือเช็ดและขัดส่วนเกินออกด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ 3–5 นาทีหลังทาจนผิวกลับมาด้าน จะได้เอฟเฟกต์ผิวเปียกที่สม่ำเสมอ ไม่เหนียว และไม่ลื่น ใช้ได้กับพื้นและผนังทั่วไป ยกเว้นพื้นผิวที่สัมผัสน้ำตลอดเวลา

ข้อควรระวัง

SDS ระบุว่าทำให้ระคายเคืองต่อดวงตาอย่างรุนแรง (H319) ใช้ในที่อากาศถ่ายเท และสวมหน้ากากชนิด ABEK ถุงมือยางฟลูออรีน ชุดป้องกัน และแว่นครอบตา เก็บให้พ้นมือเด็ก

คำตอบแบบย่อ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ProtectGuard Wet Finish Premium

ProtectGuard Wet Finish Premium คืออะไร?

ProtectGuard Wet Finish Premium คือน้ำยาเอฟเฟกต์ผิวเปียกรุ่นพรีเมียมที่ทนต่อการเดินผ่าน เอฟเฟกต์อยู่ได้นานขึ้น 3 เท่า พร้อมกันน้ำ น้ำมัน และคราบ ใช้ได้ทั้งพื้นและผนัง ภายในและภายนอก

ProtectGuard Wet Finish Premium เหมาะกับงานแบบไหน?

ใช้ได้ทั้งพื้นและผนัง ภายในและภายนอก ทั้งงานใหม่และงานปรับปรุง กับวัสดุมีรูพรุนหรือรูพรุนต่ำ เช่น หินปูน ดินเผา อิฐ หินธรรมชาติและหินสังเคราะห์ บลูสโตน คอนกรีต หินอ่อน และแกรนิต

ProtectGuard Wet Finish Premium ใช้กับพื้นผิวใดได้บ้าง?

ใช้กับกระเบื้อง, หินธรรมชาติ

ProtectGuard Wet Finish Premium ใช้ปริมาณเท่าไรต่อพื้นที่?

อัตราการใช้ตาม TDS ของผู้ผลิตคือ 10–20 ตร.ม./กก. สำหรับวัสดุพรุน และ 20–35 ตร.ม./กก. สำหรับวัสดุพรุนต่ำ

ProtectGuard Wet Finish Premium ต้องทากี่ชั้น และต้องรอแห้งนานเท่าไร?

จำนวนชั้นหรือรอบ: 1 ชั้นบาง ๆ (บางวัสดุอาจต้องทาเพิ่มอีกชั้นเพื่อให้เอฟเฟกต์สม่ำเสมอ) / เวลาแห้ง: ห้ามโดนฝนและห้ามเดินผ่าน 24 ชั่วโมงหลังทา และได้ประสิทธิภาพเต็มที่หลัง 7 วัน

ไม่ควรใช้ ProtectGuard Wet Finish Premium กับพื้นผิวใด?

ตาม TDS ของผู้ผลิต ไม่ควรใช้กับวัสดุที่ไม่มีรูพรุน, วัสดุกันน้ำหรือพื้นผิวที่เคลือบกันน้ำไว้แล้ว, ผิวที่ผ่านการทำคริสตัลไลซ์ หรือผิวเซรามิก, ดินเผาที่เคยลงน้ำมันลินสีด แว็กซ์ หรือสารที่มีน้ำมัน, พื้นผิวที่สัมผัสน้ำตลอดเวลาหรือเป็นเวลานาน

Project support

ปรึกษาทีมเทคนิคก่อนเลือกผลิตภัณฑ์

ส่งภาพหน้างาน ชนิดพื้นผิว และเป้าหมายของงาน ทีมงานจะช่วยประเมินเบื้องต้น แนะนำผลิตภัณฑ์ และนัดทดสอบพื้นที่ตัวอย่างให้เหมาะกับโครงการของคุณ