ผลิตภัณฑ์ดูแลและปกป้องพื้นผิวอาคารจากประเทศฝรั่งเศส · สำหรับงานโครงการและผู้รับเหมา

รหัสผลิตภัณฑ์ 2130

ProtectGuard Wet Finish

ProtectGuard Wet Finish คือน้ำยาปกป้องพื้นที่ให้เอฟเฟกต์ผิวเปียก (wet look) ทำให้สีเดิมของวัสดุเข้มและสดขึ้น พร้อมกันน้ำ น้ำมัน และคราบสกปรก ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก ผลิตจากวัตถุดิบจากพืช

หมวดหมู่
  • Decorative & Colour

สรุปข้อมูลสำคัญของ ProtectGuard Wet Finish

ข้อมูลจากเอกสารข้อมูลทางเทคนิค (TDS) ของผู้ผลิต สำหรับเลือกผลิตภัณฑ์และคำนวณปริมาณที่ต้องใช้

รหัสผลิตภัณฑ์
2130
กลุ่มผลิตภัณฑ์
Decorative & Colour
พื้นผิวที่ใช้ได้
กระเบื้อง, หินธรรมชาติ
อัตราการใช้โดยประมาณ
6–10 ตร.ม./ลิตร ตามความพรุนของวัสดุ
จำนวนชั้นหรือรอบ
2 ชั้น ทาให้สม่ำเสมอ
เวลาแห้ง
ห้ามโดนฝนและห้ามเดินผ่าน 24 ชั่วโมงหลังทา เห็นผลจริงหลังแห้ง 24 ชั่วโมง และได้ประสิทธิภาพเต็มที่หลัง 7 วัน
ไม่ควรใช้กับ
วัสดุที่ไม่มีรูพรุน, วัสดุกันน้ำหรือพื้นผิวที่เคลือบกันน้ำไว้แล้ว, ผิวที่ผ่านการทำคริสตัลไลซ์ หรือผิวเซรามิก, ดินเผาที่เคยลงน้ำมันลินสีด แว็กซ์ หรือสารที่มีน้ำมัน
เอกสารอ้างอิง
ดาวน์โหลด TDS (PDF)

Use context

ผลิตภัณฑ์นี้เหมาะกับงานแบบไหน

ใช้กับพื้นภายในและภายนอกที่เป็นวัสดุมีรูพรุนหรือรูพรุนต่ำ เช่น หินปูน ดินเผา อิฐ หินธรรมชาติและหินสังเคราะห์ บลูสโตน คอนกรีต หินอ่อน และแกรนิต และใช้กับพื้นผิวแนวตั้งได้ด้วย

Benefits

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

  • ให้เอฟเฟกต์ผิวเปียกที่ทำให้สีวัสดุเข้มและสดขึ้นอย่างยาวนาน

  • กันน้ำ น้ำมัน และคราบสกปรก ทำความสะอาดง่าย

  • ไม่ทำให้พื้นลื่น

  • ทน UV ไม่เหลือง และผิวยังระบายอากาศได้

  • ประสิทธิภาพการปกป้องนานกว่า 5 ปี

Surfaces

พื้นผิวที่เหมาะสม

เลือกใช้ให้ตรงกับชนิดวัสดุ สภาพพื้นผิว และลักษณะงานจริง

Practical guidance

ข้อมูลการใช้งานหน้างาน

ขั้นตอนและเงื่อนไขการใช้งานตาม TDS ของผู้ผลิต เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เต็มประสิทธิภาพ

ปริมาณการใช้งานโดยประมาณ

6–10 ตร.ม./ลิตร ตามความพรุนของวัสดุ

ปริมาณที่ใช้และความเข้มของเอฟเฟกต์ขึ้นกับชนิดวัสดุและการเตรียมพื้นผิว

อุปกรณ์ที่เหมาะกับการใช้งาน

อุปกรณ์ลงผลิตภัณฑ์

  • ลูกกลิ้งขน 4–6 มม. สำหรับผิวเรียบ หรือ 6–8 มม. สำหรับผิวมีลาย
  • แปรงหน้ากว้าง

อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล

  • ถุงมือลาเท็กซ์ และแว่นตาหากมีโอกาสกระเด็น

การเตรียมพื้นผิว

  • ทำความสะอาดพื้นผิวให้ปราศจากฝุ่น คราบไขมัน และคราบมลภาวะ
  • คราบดำหรือคราบมลภาวะใช้ Guard Wash Express คราบไขมันใช้ Guard Cleaner Degreaser ส่วนคราบเกลือขาว (efflorescence) หรือคราบปูนใช้ Guard Remover Efflorescence & Cement
  • ล้างน้ำยาทำความสะอาดออกให้หมด แล้วปล่อยให้แห้ง 24–48 ชั่วโมงก่อนทา

ขั้นตอนการใช้งาน

  1. เขย่าให้เข้ากันประมาณ 5 นาทีก่อนใช้
  2. ใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องผสมน้ำ และห้ามใช้วิธีพ่น
  3. ทาบาง ๆ 2 ชั้นให้สม่ำเสมอ เกลี่ยให้ทั่ว อย่าทาหนาเกินไป
  4. รอให้ชั้นแรกแห้งเมื่อสัมผัส (ประมาณ 30 นาที) ก่อนทาชั้นที่สอง

เวลารอ การแห้ง และการล้างออก

จำนวนชั้นหรือรอบ

2 ชั้น ทาให้สม่ำเสมอ

เวลารอระหว่างชั้น

ประมาณ 30 นาที ชั้นแรกต้องแห้งเมื่อสัมผัสก่อนทาชั้นที่สอง

เวลาแห้ง

ห้ามโดนฝนและห้ามเดินผ่าน 24 ชั่วโมงหลังทา เห็นผลจริงหลังแห้ง 24 ชั่วโมง และได้ประสิทธิภาพเต็มที่หลัง 7 วัน

การล้างออก

ไม่ต้องล้างออก ถ้าทาหนาเกินจนผิวเหนียว ห้ามล้างด้วยน้ำ ให้ปล่อยแห้งเอง คราบเหนียวจะหายไปในไม่กี่วัน

ไม่ควรใช้กับ

  • วัสดุที่ไม่มีรูพรุน
  • วัสดุกันน้ำหรือพื้นผิวที่เคลือบกันน้ำไว้แล้ว
  • ผิวที่ผ่านการทำคริสตัลไลซ์ หรือผิวเซรามิก
  • ดินเผาที่เคยลงน้ำมันลินสีด แว็กซ์ หรือสารที่มีน้ำมัน

ข้อจำกัดในการใช้งานจริง

  • ทาเมื่ออุณหภูมิพื้นผิว 10–30°C ความชื้นในวัสดุไม่เกิน 5% และค่า pH ของพื้นผิว 7–10
  • ห้ามทาขณะฝนตก อากาศร้อนจัด หรือลมแรง ความชื้นในอากาศอยู่ระหว่าง 30–80% และต้องไม่มีฝนภายใน 24 ชั่วโมงหลังทา
  • ห้ามผสมน้ำหรือผสมกับผลิตภัณฑ์อื่น
  • ปิดป้องกันวัสดุที่ไม่ต้องการทา หากน้ำยากระเด็นให้เช็ดออกทันที

หลังใช้งาน

  • ล้างอุปกรณ์ด้วยน้ำ
  • คราบฝังแน่นทำความสะอาดได้ด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำยา pH เป็นกลาง
  • ชั้นป้องกันไม่กันรอยยางล้อรถ หากเกิดรอยให้ใช้ Guard Cleaner Degreaser
  • คราบที่ล้างยาก เช่น คราบใบไม้ ใช้ Guard Wash Express ล้างออกได้โดยไม่ทำลายชั้นป้องกัน

หมายเหตุการใช้งาน

  • ความเข้มของเอฟเฟกต์และความสม่ำเสมอของสีขึ้นกับชนิดวัสดุ ปริมาณที่ใช้ และการเตรียมพื้นผิว

Best results

เคล็ดลับให้ได้ผลดีที่สุด

เอฟเฟกต์ผิวเปียกช่วยให้สีเดิมของวัสดุเข้มและสดขึ้น โดยความเข้มจะต่างกันไปตามชนิดวัสดุ ทาแผ่นตัวอย่างเพื่อดูโทนสีที่ได้ และเห็นผลจริงหลังแห้ง 24 ชั่วโมง

ข้อควรระวัง

มีสารกันเสียกลุ่มไอโซไทอะโซลิโนน ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่แพ้ง่ายเกิดอาการแพ้ได้ สวมถุงมือลาเท็กซ์ขณะใช้งาน และสวมแว่นตาหากมีโอกาสกระเด็น เก็บให้พ้นมือเด็ก

คำตอบแบบย่อ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ProtectGuard Wet Finish

ProtectGuard Wet Finish คืออะไร?

ProtectGuard Wet Finish คือน้ำยาปกป้องพื้นที่ให้เอฟเฟกต์ผิวเปียก (wet look) ทำให้สีเดิมของวัสดุเข้มและสดขึ้น พร้อมกันน้ำ น้ำมัน และคราบสกปรก ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก ผลิตจากวัตถุดิบจากพืช

ProtectGuard Wet Finish เหมาะกับงานแบบไหน?

ใช้กับพื้นภายในและภายนอกที่เป็นวัสดุมีรูพรุนหรือรูพรุนต่ำ เช่น หินปูน ดินเผา อิฐ หินธรรมชาติและหินสังเคราะห์ บลูสโตน คอนกรีต หินอ่อน และแกรนิต และใช้กับพื้นผิวแนวตั้งได้ด้วย

ProtectGuard Wet Finish ใช้กับพื้นผิวใดได้บ้าง?

ใช้กับกระเบื้อง, หินธรรมชาติ

ProtectGuard Wet Finish ใช้ปริมาณเท่าไรต่อพื้นที่?

อัตราการใช้ตาม TDS ของผู้ผลิตคือ 6–10 ตร.ม./ลิตร ตามความพรุนของวัสดุ

ProtectGuard Wet Finish ต้องทากี่ชั้น และต้องรอแห้งนานเท่าไร?

จำนวนชั้นหรือรอบ: 2 ชั้น ทาให้สม่ำเสมอ / เวลาแห้ง: ห้ามโดนฝนและห้ามเดินผ่าน 24 ชั่วโมงหลังทา เห็นผลจริงหลังแห้ง 24 ชั่วโมง และได้ประสิทธิภาพเต็มที่หลัง 7 วัน

ไม่ควรใช้ ProtectGuard Wet Finish กับพื้นผิวใด?

ตาม TDS ของผู้ผลิต ไม่ควรใช้กับวัสดุที่ไม่มีรูพรุน, วัสดุกันน้ำหรือพื้นผิวที่เคลือบกันน้ำไว้แล้ว, ผิวที่ผ่านการทำคริสตัลไลซ์ หรือผิวเซรามิก, ดินเผาที่เคยลงน้ำมันลินสีด แว็กซ์ หรือสารที่มีน้ำมัน

Project support

ปรึกษาทีมเทคนิคก่อนเลือกผลิตภัณฑ์

ส่งภาพหน้างาน ชนิดพื้นผิว และเป้าหมายของงาน ทีมงานจะช่วยประเมินเบื้องต้น แนะนำผลิตภัณฑ์ และนัดทดสอบพื้นที่ตัวอย่างให้เหมาะกับโครงการของคุณ